สมกับเป็นซุปเปอร์ ซันเดย์ ที่สะเด็ดสะเด่าเร้าอารมณ์แฟนบอลที่ชื่นชอบความรุนแรงไม่น้อยเลยนะครับ
สำหรับเกมดาร์บี้ที่มีเบิ้ลให้แฟนๆได้ชมติดๆกันของสองเมือง โดยคล้ายคลึงกันแค่ในความเป็นดาร์บี้ แมตช์เท่านั้น แต่อารมณ์ของความข้นคลั่กในเกมการแข่งขัน อย่าง "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้" กับ "ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์" ช่างแตกต่างกันคนละเรื่องเลย

ฟากหนึ่งทางตอนเหนือของเกาะอังกฤษ สงครามผ่าเมืองแมนเชสเตอร์ ระหว่าง "ยูไนเต็ด กับ ซิตี้"
ช่างเป็นเกมที่อุดมไปด้วยความมันส์ระดับไก่ย่างห้าดาว ยังต้องแปะดาวเพิ่มขึ้นให้อีกดวง อีกทั้งบรรยากาศในเกมของดาร์บี้คู่นี้มีครบทุกรส ทั้งสุข เศร้า เหงา โหด และชวนหงุดหงิดงุ่นง่านอวัยวะเบื้องล่าง
เสียอยู่สองอย่าง ถ้ามีใบแดง, จุดโทษ และ เตเวซยิงประตูได้ น่าจะกลมกล่อมครบรสมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว

แต่ถึงกระนั้น
อัตราการหลั่งอะดรีนาลีนในเกมผ่าเมืองของชนเผ่าแม๊งค์ ก็ยังจัดเข้าขั้นพลุ่งพล่าน และสามารถนำไปจัดอยู่ในแมตช์คลาสสิค เกมหนึ่งในฤดูกาลนี้ได้สบายๆเลยนะครับ 

ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเยือนบ้านเก่าของเตเวซ ด้วยเสียงโห่ ที่เจ้าตัวไม่เคยคิดว่าจะได้รับจากสาวกยูไนเต็ด
ตามมาด้วยมหกรรมการถล่มประตู, การปฏิเสธความตายหนแล้วหนเล่าของซิตี้, ผีตุ๊กแกที่เข้าสิงเชย์ กิฟเว่น, การกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งของกิ๊กส์ และโอเว่น, ประตูสุดสวยของอดีตเด็กหงส์อย่างเบลลามี่, ประตูสุดบู่ของบิ๊กเบน กับ ริโอ และข้อถกเกียงเรื่องการทดเวลา (ที่ทำเอาใครหลายคน) บาดเจ็บไปตามๆกัน

ขณะที่มหานครแห่งแสงสี และหรูหราอู้ฟู่อย่างลอนดอน ก็แอบเตะดาร์บี้ แมต์กับเค้าแบบเงียบๆเหมือนกันนะครับ
โดยมวยคู่รองในแมตช์วันอาทิตย์นี้ "เชลซี ศิษย์คาร์เล็ตโต้" มีนัดวางมวยกับ "น้องไก่เดือยคม ส.จ่าแฮร์รี่" ณ สังเวียนหญ้า สแตมฟอร์ด บริดจ์

แต่ดาร์บี้คู่นี้ กลับไม่ดุเดือดเลือดพุ่งเหมือนคู่หัวค่ำเค้าหรอกนะครับ 

โดยก่อนเริ่มเกม มีการมอบรางวัลเกียรติยศให้กับ "ไอ้แมงมุมแดนพิซซ่า" คาร์โล คูดิชินี่ ที่ปัจจุบันลอกคราบไปเป็นพญาโต้ง โทษฐานที่เคยทำคุณงามความดีให้กับต้นสังกัดเก่าอย่างเชลซีไว้มากมายเหลือคณานับ แถมยังลาจากกันได้ด้วยดี และมีมิตรไมตรีต่อกัน
ส่งผลให้เฮียแมงมุมในคราบไก่ ต้องก้มหน้าก้มตารับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ไปตามระเบียบ

ด้านดิดิเย่ร์ ดร็อกบา หลังจากได้พักเพราะโทษแบนในเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ ก็ลงสนามด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินตามรอยน้องพลับด้วยการ "ขอสอง" เพื่อเพิ่มตัวเลขในบัญชีหนังสิงห์ของตัวเองให้แตะหลัก 100 ให้ได้ในเกมนี้

แถมเกือบทำสำเร็จ ตั้งแต่นกหวีดจากฮาเวิร์ด เว็บบ์ พึ่งจะพ่นลมมาได้แค่ 5 นาทีเท่านั้น
แต่น่าเสียดายที่กลายเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ไม่งั้นดร็อกบาคงเน้นมากกว่านี้

เชลซีเริ่มต้นเกมได้หวือหวาพอสมควรนะครับ โดยอีกสามนาทีให้หลัง
โชเซ่ โบซิงวา ก็ลองส่องบาซูก้าจากริมเส้นฝั่งขวาดูบ้าง แต่ด้วยความแม่นเกินพอดีไปหน่อย
บอลจากแบ็คฝอยทองเลยลอยละล่องเข้าไปจูบสามเหลี่ยมเข้าเต็มรัก
ทำเอาสาวกสิงห์บลูส์ครางฮือกันทั้งเดอะ บริดจ์เลยทีเดียว

ฝั่งไก่เดือยทอง ก็เริ่มโต้ตอบได้น่าขนลุกพอกันนะครับ โดยเริ่มจากบอลทะลุช่องของฮัดเดิลสตัน ที่แทงมาจากแดนกลาง แล้วเดโฟใช้ความเร็วฉีกไปรับบอลก่อนจะยิงไปติดเซฟของเช็คอย่างเหลือเชื่อ

จากนั้น ราวๆสิบนาที ทีเดียวที่เกมรุกของไก่เดือยทองขึงและปั่นป่วนแนวรับของเชลซีจนตั้งตัวแทบไม่ติด
ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงไกลของฮัดเดิลสตัน และลูกยิงของจีนาสที่เฉี่ยวเสาออกไปเพียงแค่ปลายก้อยเท่านั้น

ถึงจะได้บุกบ่อย แต่เกมในแดนกลางของสเปอร์ส กลับไม่ได้เหนือกว่าเชลซีซักเท่าไหร่
เอสเซียงผู้เป็นฐานเพชร ช่วยสกรีนบอลและชะลอเกมบุกของสเปอร์สได้เป็นอย่างดี จนเดโฟต้องถอยลงมาล้วงบอลต่ำอยู่หลายๆครั้ง 
ขณะที่มิชาเอล บัลลัค นั้นก็ดูเริ่มที่จะเข้าใจในระบบและแท็คติคของคาร์เล็ตโต้มากขึ้นเรื่อยๆ 

หลักฐานคือ จอมทัพจากเมืองเบียร์ หันมาเล่นเกมรับมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ยอมที่จะเป็นตัวสกรีนบอลหลังโบซิงวา ยามที่แบ็คฝอยทองวิ่งขึ้นวิ่งลง เข้าทำลายเกมทางกราบของคู่แข่ง ผิดกับมาลูด้า ที่ดูยังปรับตัวให้เข้ากับระบบใหม่ของทีมไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ อีกทั้งยังขาดการประสานงานที่ดีกับแอชลี่ย์ โคล ในเกมสวนกลับอีกด้วย
น่ากลัวว่า โจ โคล กับ ชีร์คอฟ กลับมาได้เมื่อไหร่ มาลูด้าน่าจะลำบากไม่น้อยเลย

ส่วนคนที่ดูจะมีความสุขกับแท็คติคของพี่แจ้มากที่สุด เห็นจะไม่พ้นแอชลี่ย์ โคล นะครับ

สามีของคุณน้องเชอรีล วิ่งขึ้นวิ่งลงทางริมเส้นฝั่งซ้ายอย่างไม่รู้จักเก็บเรี่ยวแรงไว้เผื่อแม่หนูเชอรีล เอาซะเลย
ลากขึ้นมาประสานงานกับแลมพาร์ดทีไร ได้ลุ้นตลอด โดยประตูนำของเชลซีน่าจะเป็นเครื่องยืนยันถึงการทำงานในระบบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพของโคลลี่ย์ได้เป็นอย่างดี
ซึ่งนี่เป็นประตูที่สองของอีซ้ายติดจรวดในซีซั่นนี้แล้วนะครับ

หากใครได้ดูเชลซีบ่อยๆ จะเริ่มเห็นแล้วว่าทีมของคาร์เล็ตโต้ไม่เน้นที่การบุกแบบระห่ำเมื่อนกหวีดเริ่มทำงาน 
จนดูเหมือนสิงห์ขี้เซา เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่ร้อนช้า อะไรประมาณนั้น

แต่เชลซีมักจะใช้เกมแดนกลางค่อยๆเข้าครอบงำการเข้าทำของคู่แข่งให้เป็นอัมพาตไปทีละนิดๆ ปนโรคจิตหน่อยๆ แล้วค่อยฉวยโอกาสใช้เกมโต้กลับเร็ว ที่มีประสิทธิภาพมาตั้งแต่ยุคมูรินโญ่ เข้าทะลวงไส้แบบเลือดเย็น ก่อนจะค่อยๆครองบอลทำเกมไปเรื่อยๆ รอให้คู่ต่อสู้เปิดเกมรุกแลก แล้วช่องในการเข้าทำก็จะถ่างออกมาเรื่อยๆเอง

ซึ่งกลไกสำคัญของการเข้าทำไม่มีอะไรยุ่งยากและซับซ้อน แค่อาศัยความเข้าใจในเกมของตัวผู้เล่นแต่ละคนในการจู่โจมเข้าทำ ปล่อยให้วิงแบ็คทำหน้าที่แทนปีก ฐานเพชรคอยเก็บบอลจังหวะสองเพื่อกดดันต่อ แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามสัญชาติญาณนักฆ่า ของผู้เล่นในทีมเอาเอง

ซึ่งหลายๆคนก็มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

มาจนถึงตอนนี้แล้ว อันเชลอตติน่าจะซื้อใจแฟนๆสิงห์บลูส์กันได้มากขึ้นกว่าตอนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ได้อีกโข หลังจากแสดงวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ดีให้แฟนๆได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อใจลูกทีม โดยเฉพาะแข้งคนสำคัญเอาไว้ได้, การกล้าคิด กล้าทำ ยามที่ทีมต้องการประตู, การเรียกสปิริตของทีมคืนมา, การทดลองให้โอกาสเด็กๆจากอะคาเดมี่ หลายๆคน ถึงแม้จะแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม
และที่สำคัญ การพาทีมลงเล่นด้วยความมุ่งมั่น และ เก็บแต้มสำคัญๆ ได้เรื่อยๆ ยิ่งทำให้เครดิตของคาร์เล็ตโต้ในสายตาเชลสกี้ส์ เริ่มได้รับความไว้วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องแย่ๆเรื่องเดียวในเกมนี้ สำหรับแฟนเชลซีก็คือ...
การที่ทีมต้องเสียดิดิเย่ร์ ดร็อกบา มือปืนคนสำคัญของทีมไป (ซึ่งก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เจ็บหนักหรือเปล่า?)

แน่นอนว่าการเสียดร็อกบาไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ยังไงซะ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อทีมแน่ๆ
แต่ขออย่างเดียว อย่าพึ่งเสียผู้จัดการทีมไปในระหว่างฤดูกาลเหมือนสองปีที่ผ่านมาอีกก็แล้วกัน

ไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่อุตส่าห์ช่วยกันกอบกู้คืนมาทั้งหลาย  ไม่ว่าจะเป็นทีมสปิริต หรือ ความมุ่งมั่นในเกมที่กำลังดีวันดีคืน จะไม่มีค่าอะไรเลย นอกจากเสียงเย้ยหยันจากคนรอบๆข้างว่า
"แชมป์.....แค่ไม่กี่นัดแรก"

 

Comment

Comment:

Tweet

pee_zaz:ว๊าววท่าทางชอบฟุตบอลมากเลยนะคะ

ฮ่าๆๆดูจากดดยรวม เนื้อหาที่แต่งเนี่ยเก่ยวกับฟุตบอล

แสดงว่าต้องรู้เรื่องฟุตบอลอย่างมาก>.<น่าสนุกจังเลยคร้า

ขอลองอ่านหน่อยได้ไหมค่ะsurprised smile

แล้วจะหาแนวแต่งให้หลุดโลกนะคะ:P

#3 By pee_zaz on 2009-09-25 11:14

ปาดเมนต์ 2 ตามมาติดๆ อิอิ++open-mounthed smile sad smile

#2 By worapoj@~@ on 2009-09-23 18:17